นักเรียนชาย 2 คน เหมารถแท็กซี่จากหมอชิตไปรังสิต 1,800 บาท

คนขับแท็กซี่แจงเรื่องค่าเหมารถจากหมอชิตไปยังรังสิต 1,800 บาท พร้อมบอกว่าขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้โดยสารที่ไม่ได้โวยวายอะไรด้วยufabet

……………..ทุกวันนี้ ปัจจุบันเรื่องของโลกออนไลน์มันมาแรงจริงๆ เมื่อโพสต์อะไร ทำอะไร ก็สามารถทำให้คนในโซเชียลเห็นและแชร์กันได้แล้ว และบางครั้งเรื่องบางเรื่อง เรื่องร้องทุกข์ เรื่องที่ไม่ยุติธรรมก็มักถูกแชร์ลงในโซเชียลอยู่บ่อยครั้ง จนกลายเป็นกระแสโซเชียลไปเลยทีดียว และล่าสุดก็มีข่าวทำนองว่าไม่ยุติธรรมออกมาอีกแล้ว กับเรื่องของแท็กซี่ที่ถูกร้องเรียนผ่านสังคมออนไลน์ว่าเก็บเงินค่าโดยสารนักเรียนชายแพงเกินไป เรียกได้ว่าเป็นข่าวที่ดังไปทั่วกระแสโซเชียลจริงๆ โดยจากรายละเอียดข่าวนั้น ได้มีการร้องเรียนว่า ufabetแท็กซี่ดังกล่าวได้เรียกเก็บค่าโดยสารจากนักเรียนสองคนเป็นเงิน 1,800 บาท ซึ่งเป็นราคาเหมาจากหมอชิต ไปรังสิต คิดคนละ 900 บาท ซึ่งสังคมมองว่าเป็นราคาที่แพงเกินไป เหมือนเป็นการหลอกลวงกันหรือไม่ เรามาดูความคิดเห็นของคนขับแท็กซี่กันเลยดีกว่าว่า เขาจะมีความคิดเห็นกับเรื่องนี้อย่างไร

……………..ล่าสุดทางด้านคนขับแท็กซี่ได้เข้าพบผู้ตรวจการขนส่ง กรมการขนส่งทางบก และจากการที่ได้สอบถามและสมัภาษณ์นั้น เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง เขาเก็บเงินจากเด็ก 2 คนนั้น ในราคา 1,800 บาท จริงๆ และจากการสอบถามว่าทำแบบนี้บ่อยหรือไม่ ทางด้านคนขับได้บอกว่ามันเป็นราคาเหมาแกติโดยทั่วไปอยู่แล้ว และบอกด้วยว่าได้บอกราคากับนักเรียนทั้งสองไปแล้ว เขาก็ไม่ได้โวยวายอะไร ซึ่งทั้งนี้คนขับได้บอกอีกว่าจากเรื่องที่เกิดขึ้นก็ยอมรับผิด ที่ไม่ได้กดมิเตอร์ เพราะจากราคาเหมานั้น ตนได้ออกค่าทางด่วนให้กับลูกค้าไปแล้วด้วย ซึ่งทั้งนี้เป็นความเห็นของคนขับแท็กซี่ แต่เขาก็ยอมรับผิดกับเรื่องนี้ ซึ่งเขาได้มีความคิดเห็นเรื่องราคา ufabetถามว่าแพงเกินไปหรือไม่ เขาบอกว่าไม่แพง เพราะมันขึ้นอยู่กับความพอใจของลูกค้า ในความคิดของเขานั้น เงินที่อยู่ในกระเป๋าของลูกค้า ลูกค้าเป็นคนที่ต้องตัดสินใจเอง เรามีหน้าที่แค่บอกราคาเท่านั้น เท่านี้ และทางลูกค้าก็ไม่ได้โวยวายอะไร และจ่ายตามปกติ ซึ่งอย่างที่ได้บอกไปข้างต้น คนเราเมื่ออยู่ในโลกโซเชียล ความคิดเห็นมันต่างกัน แล้วคุณคิดเห็นกับเรื่องนี้อย่างไร

…………. ufabetอย่างไรก็ตามทางด้านคนขับแท็กซี่ก็ได้เข้าพบพร้อมยอมรับผิด พบผู้ตรวจการขนส่ง กรมการขนส่งทางบก ซึ่งคงต้องรอดูต่อไปว่า กระแสโซเชียลยังจะว่าอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้