ดีเอสไอและกรมป่าไม้ เจาะลึกเข้าตรวจสอบอ.ภูเรือ บุกรุกผืนป่า

กลุ่มดีเอสไอ ร่วมกับกรมป่าไม้และที่ดิน พร้อมเจ้าหน้าที่ บุกเข้าตรวจสอบอ.ภูเรือ จังหวัดเลย คดีร่วมกันบุกรุกผืนป่าเพื่อประโยชน์ส่วนตัว

เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และกรมป่าไม้ ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งมีความผิดฐานร่วมกันบุกรุกป่าไม้ ซึ่งการบุกรุกป่าไม้ถือเป็นความผิดร้ายแรง เพราะป่าไม้ถือเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญอย่างมาก เป็นระบบนิเวศป่าไม้ที่จำเป็น ทั้งต่อสัตว์และสิ่งมีชีวิตทุกประเภท การบุกรุกป่าไม้ก็ถือเป็นการทำลายป่าไม้อย่างหนึ่ง

กรณีอ.ภูเรือนั้น กรมป่าไม้ได้ร่วมกันยื่นเรื่องเพื่อให้ดีเอสไอได้ตรวสอบอีกครั้ง หลักจากที่ได้เคยมีการเพิกถอนไป และจากนั้นดีเอสไอจึงร่วมมือกับกรมป่าไม้ส่งเจ้าหน้าที่ได้มีการใช้โดรนบินขึ้นตรวจสอบพื้นที่และได้พบว่ามีการบุกรุกผืนป่า ทำลายป่าโดยการสร้างสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ อาทิ รีสอร์ท บ้านพักส่วนตัว พื้นที่กักขังสัตว์ป่า กรงยักษ์ขนาดใหญ่ รวมถึงสร้างพื้นที่ปลูกพืชการเกษตรอีกด้วย ซึ่งเป็นพืชที่ให้ผลประโยชน์แก่ผู้บุกรุกทั้งสิ้น การปลูกเพื่อขาย รวมถึงการสร้างเขื่อนปิดทางน้ำสาธารณะ ขุดลำธาร ใช้ประโยชน์ส่วนตัว และจากการบินตรวจสอบทำให้พบหลักฐานการบุกรกเพิ่มเติมอีกด้วยและได้เก็บภาพถ่ายทางอากาศ และภาพถ่ายจากโดรน(E-Bee)ที่มีความคมชัดสูงและความละเอียดสูงไม่ผิดพลาดแน่นอน หลังจากได้เริ่มปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานภาพถ่ายแผนที่ เพื่อชี้นำความผิด และเพื่อประกอบการสอบสวนในคดีนี้ ดำเนินการการกระทำความผิดทุกข้อกล่าวหา ยึดพื้นที่คืนเป็นของรัฐ

การบุกรุกพื้นที่ป่า ทำลายป่าไม้โดยผู้กระทำผิด เป็นการทำลายระบบนิเวศที่รุนแรงอย่างมาก เพราะการทำลายป่าสามารถทำได้รวดเร็วกว่าการสร้างผืนป่าขึ้นมาใหม่ การกระทำความผิดฐานบุกรุกป่าไม้ต้องได้รับโทษตาม พรบ.ป่าไม้

ผลกระทบจากการบุกรุกอ.ภูเรือมีผลทั้งต่อระบบนิเวศ ทำให้พื้นที่ป่าลดน้อยลง ประชาชนในท้องถิ่นก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน รวมถึงอาจก่อให้เกิดภัยธรรมชาติได้ในภายหลังการป้องกันและแก้ไขต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกๆฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ป้าไม้ ที่ดิน และประชาชนทุกๆคนในท้องถิ่น ต้องช่วยกันพัฒนาพื้นดินและผืนป่า การป้องกันทรัพยากรป่าไม้ให้คงอยู่และเอื้อประโยชน์ต่อส่วนรวม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *